ทรัพยากรการเรียนรู้ ภาคราชการ
user

         ต้นกล้วยอ่อนๆ จะเรียกกันว่าหน่อกล้วย มันคือจุดเริ่มต้นแห่งภูมิปัญญาล่ะครับ

      วิธีทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย

           การทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย คือการนำหน่อกล้วยมาหมักให้ได้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เพื่อนำมาใช้ในการเกษตร เพราะในดินที่มีต้นกล้วยขึ้นจะเป็นดินที่มีสภาพอุดมสมบูรณ์ มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืช ทั้งยังสามารถนำจุลินทรีย์มาปรับสภาพดินให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืช จะเห็นได้ว่าที่ใดมีต้นกล้วยขึ้น ดินบริเวณนั้นจะร่วนซุย โปร่ง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุอาหารต่าง ๆ จึงเป็นเหตุผลที่เราทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยซึ่งเป็นจุลินทรีย์ดีเติมกลับลงไปในดินที่เราจะปลูกพืช

จุลินทรีย์หน่อกล้วยต่างจากจุลินทรีย์อีเอ็มอย่างไร

จุลินทรีย์หน่อกล้วย ได้จากการนำหน่อกล้วยมาหมัก

จุลินทรีย์อีเอ็ม ได้จากการนำผักผลไม้มาหมัก เช่น เศษผักต่าง ๆ

สับปะรด ฟักทอง มะละกอ ฯ

        โดยจุลินทรีย์ทั้งสองชนิดนี้ก็มีประโยชน์คล้าย ๆ กัน คือเป็นจุลินทรีย์จากธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการนำมาใช้ในการทำเกษตรอินทรีย์กันอย่างแพร่หลาย โดยสิ่งที่ต้องเตรียมคือ

วัตถุดิบ

  1. กล้วย 1 ต้น สูงประมาณ 1 เมตร ขุดให้ได้ส่วนรากด้วย
  2. น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม (น้ำตาลไม่ฟอกสี)
  3. ยาคูลท์ 1 ขวด (ถ้าไม่มีให้ใช้นมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส)
  4. น้ำเปล่า 4-5 ลิตร

วิธีทำ

หาเป้าหมายคือหน่อกล้วยสูงประมาณ 1 เมตรครับ

DSC_0067

ขุดรอบต้นเพื่อให้ได้ส่วนรากด้วย

DSC_0068

ส่วนผสม

DSC_0071

นำต้นกล้วยมาสับออกเป็นชิ้น ๆ

DSC_0072

เติมน้ำตาลทรายแดง

DSC_0073

ใส่ยาคูลท์

DSC_0076

เติมน้ำประมาณ 4-5 ลิตร

DSC_0078

เอาพอปริ่ม ๆ

DSC_0079

ทำการหมัก 7 วัน ระหว่างที่หมักให้เปิดคนวันละ 1 ครั้ง

DSC_0080

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์กรองเอาเฉพาะน้ำ ส่วนเศษกล้วยสามารถนำไปทำปุ๋ยต่อได้

        อรรถประโยชน์ของจุลินทรีย์หน่อกล้วย


 

 

 

 

เห็นไหมครับว่ามันอรรถประโยชน์จริงๆ ครับ

          องค์ความรู้สำหรับท่านใดอยากจะแอดวานซ์ ขอเชิญเข้าสู่ลิ้งค์ล่างนี้เลยครับ รับรองว่า ท่านรับเต็มๆ อย่างแน่นอนครับ

https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=10069&s=tblplant

 

ต่อมาเราก็จะพูดถึงต้นกล้วย อายุกลางๆ (ที่ยังไม่ออกหัวปลี) ครับ ว่าเขาเอามันไปทำประโยชน์อะไรกันบ้างนะครับ

          1.  ทำอาหารสัตว์แบบรวมๆ(ใช้กับหลากหลายชนิดสัตว์)

วิธีทำ

          2.ทำอาหารไก่ไข่เพื่อลดต้นทุน

    วิธีทำ      

             http://kasetnana.blogspot.com/2017/04/blog-post_7.html

           นี่ก็ว่าเป็นภูมิปัญญาที่เราชาวเกษตรกร ควรหันกลับมามองและทำกันดูนะครับเพราะเราต่างก็มุ่งเน้นในเรื่องความประหยัดสุดๆ ล่ะครับ  สำหรับสูตรปลอดสารTAR ก็แนะนำให้ใช้น้ำตาลทรายแดงแทนกากน้ำตาล ในปริมาณน้ำหนักที่เท่ากันนะครับ แต่เชื่อแน่ๆ ครับว่าจะปลอดภัยต่อสัตว์และผู้บริโภคอย่างยิ่งครับ

           และขอทิ้งท้ายด้วย ต้นกล้วยระยะสุดท้าย(เก็บเกี่ยวเครือกล้วยออกไปแล้ว) ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร

          นับว่าเป็นความคิดอันแยบยลของเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่ทำต้นกล้วยให้เป็นที่พักพิงของบรรดาผักสวนครัวต่างๆ โดยการนำผักไปแทรกตามต้นกล้วย โดยให้ต้นกล้วยหาน้ำและอาหารมาให้ผักเอง โดยที่เราเองไม่ต้องไปรดน้ำให้ผัก ซึ่งผักเองก็สามารถเจริญเติบโตได้เอง ซึ่งดูแล้วก็ทึ่งเลยจริงๆ ครับ  หากยังไม่เก็ต ก็ดูตามลิงค์ได้นะครับ

            https://www.youtube.com/watch?v=v54r2yxd2AA

เห็นไหมครับว่าต้นกล้วยมีประโยชน์ มากๆ 

            https://www.youtube.com/watch?v=YXT6zUe8bS8

        ขอแถมหน่อยครับ เราก็อย่าลืมว่าผลผลิตของกล้วยมีตั้ง 108 1009 นะครับ

ขออย่าลืมหัวปลีนะครับเพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของลำต้น

        ประโยชน์ นอกจากจะนำมาประกอบอาหาร(ประกอบอาหารเขามักจะใช้หัวปลีจากกล้วยน้ำหว้า หรือ กล้วยป่า เพราะอร่อยและไม่มีรสขมครับ)แล้ว ก็ยังนำมาใช้ด้านการเกษตรอีกทางหนึ่งครับ  นั่นก็คือ การนำมาทำจุลินทรีย์หัวปลีครับ  ประโยชน์ล่ะตามความข้างล่างเลยครับ

https://www.youtube.com/watch?v=1_qWal6d968

 

เรียกกันว่าจุลินทรีย์ขั้วเหนียว จากน้ำหมักปลีกล้วยลดการหลุดร่วงของดอกและผล

      หลายครั้งที่เกษตรกรเราตั้งหน้าตั้งตารอผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยว หลายครั้งที่ผลผลิตที่ออกแต่ละครั้งคือชีวิตและอนาคตของครอบครัว แต่ปัญหาที่เกษตรส่วนใหญ่พบนั้นก็คือเมื่อปลูกจนติดดอกติดผลกลับกลายเป็นว่าดอกผลหลุดร่วงไปซะอย่างนั้นสาเหตุก็มีได้ทั้งการหลุดร่วงโดยธรรมชาติ เกิดจากลมพายุพัดหรือฝนตกชะล้างดอกผล

       วันนี้ผมมีวิธีการทางธรรมชาติที่จะช่วงลดการหลุดร่วงของดอกและผลโดยใช้วิธีการทางธรรมชาติ นั้นก็คือการใช้ปลีกล้วยที่เราตัดออกจากต้นกล้วยหลังจากกล้วยออกหวีสุดท้ายแล้ว เครือนึงน่าจะมีซัก 40 ผลขึ้นไปและสังเกตว่าผลกล้วยที่ออกมานั้นลูกจะชี้ขึ้นฟ้า เมื่อกล้วยได้ระยะเวลาที่พอตัด ผลของกล้วยจะมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับขั้วผลที่มีขนาดเล็ก เพราะะเครือกล้วยจะมียางที่ค่อนข้างเหนียวประกอบกับปลีกล้วยก็มียางเหนียวนี้อยู่อย่างมากมาย

       สาเหตุนี้เราจึงนำปลีกล้วยมาหมักเพื่อนำประโยชน์จากยางที่มีลักษณะเหนียวมาทำจุลินทรีย์ขั้วเหนียว แล้วนำมาฉีดพ่นพืชผักผลไม้เพื่อลดการหลุดร่วงของดอกและผลนั่นเอง

       สูตรจุลินทรีย์ขั้วเหนียวนี้เป็นของท่านอาจารย์อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์ ที่ท่านได้ศึกษาประโยชน์ต่าง ๆ ของต้นกล้วย และได้นำความรู้มาเผยแพร่ให้กับเกษตรกรไทยได้ทราบตามปณิธารที่ท่านได้ตั้งไว้

        สูตรนี้สามารถใช้ได้กับพืชผักผลไม้ทุกชนิดที่ต้องการดอกผล อาทิเช่น พริก มะเขือ มะนาว มะละกอ แตงกวา มะม่วง ทะเรียน มังคุด ละมุด ลำไย ลองกอง เป็นต้น เรียกได้ว่าใช้ครอบคลุมกับพืชได้ทุกชนิดเลยก็ว่าได้

 

โดยสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการทำจุลินทรีย์ขั้วเหนียวมีดังนี้

  1. ปลีกล้วย    3 กก.

  2. น้ำตาลทรายแดง     1  กก.

  3. น้ำเปล่า     5 ลิตร

  4. ถังมีฝาปิดสำหรับหมัก

 

วิธีทำ

  1. สัปปลีกล้วยให้ละเอียด แล้วเทลงถัง

  2. ละลายน้ำตาลกับน้ำเปล่า เทลงถังเป็นลำดับต่อไป

  3. การหมักใช้เวลา 3  อาทิตย์ อาทิตย์แรกให้เป็นคนทุกวัน หมักต่อจนครบ 3 อาทิตย์

  4. เมื่อครบเวลาให้กรองเอากากออกเหลือเฉพาะใส่ขวดเก็บไว้ใช้

 

     วิธีการใช้

  • 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นพืชผักผลไม้ช่วงติดดอกติดผลจะลดการหลุดร่วงของผล

  • สามารถใช้ร่วมกับอาหารจานด่วนสำหรับพืชได้ วิธีทำอาหารจานด่วน

 

   วิดีโอวิธีการทำจุลินทรีย์ขั้วเหนียว

ที่มา : หนังสือเกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ เล่ม 4 ท่านอาจารย์อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์

                 https://www.organicfarmthailand.com/how-to-make-banana-fermented-water/

 

แสดงความคิดเห็น (1)
ส่ง