user
post-image

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการพัฒนากระบวนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลตำบลที่ทุกฝ่ายได้เข้ามาร่วมรับผิดชอบอย่างแท้จริง และเพื่อศึกษาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางพัฒนากระบวนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลตำบลที่การศึกษานี้ค้นพบไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลสำเร็จในแห่งอื่นๆ ของประเทศไทย สำหรับระเบียบวิธีวิจัยของการศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) โดยได้กำหนดให้มีวิธีดำเนินการศึกษาแบบ“การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยจะใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data Collection) เป็นวิธีการในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) จากการศึกษาพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นพื้นที่วิจัย จำนวน 20 แห่ง มีระดับของการนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารงานในระดับ “เข้าข่าย” มากที่สุด จำนวน 11 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 55 รองลงมาคือ ระดับ “เข้าใจ” จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 15 และยัง ไม่เข้าเกณฑ์ใดๆ จำนวน 6 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 30 โดยพบว่า ยังไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งใดเลยที่สามารถนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารงานจนถึงขั้นสูงสุด นั่นคือ ระดับ “เข้าถึง” หรือการเป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุข ในส่วนของแนวทางการพัฒนาการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านกรณีศึกษาการนำเอาแนวคิด “1 ตำบล 1 แผนพัฒนา” มาใช้ในการพัฒนากระบวนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น พบว่า สามารถจัดทำเป็นตัวแบบการพัฒนากระบวนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นที่ช่วยทำให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความสอดคล้องกับปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงได้เพิ่มมากขึ้น ภายใต้หลักการ “3 ปรับ 9 ขั้นตอน” ได้แก่ การปรับวิธีคิด ที่ให้ความสำคัญการการเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนา การปรับวิธีการ ที่ให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมรับผิดชอบในการบริหารงาน และการปรับวิถีการปฏิบัติ ที่ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมรับผิดชอบในการบริหารงานให้ได้มากที่สุด โดยแต่ละการปรับประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนั้น 3 ปรับจึงประกอบด้วย 9 ขั้นตอน