ดร.พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย)

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั่นก็ชัดเจนว่านี่เป็นทางสายกลาง ในแง่ของเศรษฐกิจ พระองค์นำหลักไตรสิกขา หลักมรรคมีองค์แปดมาใช้ คำว่ามรรคมีองค์แปด ก็คือทางอันประเสริฐ แต่ในหลวงใช้คำว่าเศรษฐกิจ หมายถึงกิจอันประเสริฐ ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน แต่ทรงนำคำมาใช้ให้เข้ากับคนไทย เพราะในหลวงชอบใช้ภาษาที่ลึกซึ้งกว่าพวกเรา

กล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียง

ท่านได้เป็นผู้ชี้นำธรรมะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้พสกนิกรของพระองค์ท่านได้เห็นถึงธรรมะของพระราชาที่แท้จริง โดยถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพที่ พระองค์ทรงนำหัวใจพระพุทธศาสนา มาประยุกต์ก่อให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพระอัจฉริยภาพอย่างสูงที่พระองค์ท่านทรงมอบให้แก่ชาวไทยและชาวโลก พระองค์ทรงนำพสกนิกรและประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตมาหลายครา และพระปรีชาที่ใช้ธรรมะสยบความขัดแย้งของ ประเทศด้วยพระเมตตา ซึ่งทั่วโลกต่างถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ ได้เริ่มอธิบายคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง ให้ทราบว่า คำว่า "เศรษฐกิจ" ไม่ได้หมายถึง เศรษฐกิจตามที่เราท่านได้เข้าใจกันทั่วไปในทางโลก แต่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น เป็นความหมายในทางรากศัพท์และทางธรรมว่า หมายถึง คุณธรรม, ความประเสริฐ ดังนั้น คำว่า "เศรษฐกิจ" จึงแปลว่า กิจกรรมอันประเสริฐ และคำว่า "พอเพียง" นั้นหมายถึง สันโดษ ในพุทธภาษิตมีว่า สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ. "ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง" "ความพอเพียงเป็นบรมทรัพย์" และ คำว่า "บรมทรัพย์" หรือ "อริยทรัพย์" นั้นเป็นคำเดียวกัน นั่นก็แปลว่า เราควรจะใช้ชีวิตของเราอย่างไร เพื่อให้เกิดความสมดุล หัวใจของพระพุทธศาสนานั้น มาจากพระสูตรแรก"ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ที่ให้ดำเนินชีวิตด้วยทางสายกลางไม่สุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่ง ได้แก่ มรรค 8 เมื่อย่อก็คือไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา ศีล แปลว่า ปกติ, พอประมาณ พระองค์ท่านใช้คำว่า "พอประมาณ" ก็คือเดินสายกลางนั่นเอง ต่อมาพระองค์ท่านใช้คำว่า "ภูมิคุ้มกัน" ภูมิคุ้มกัน ก็คือภาษาสมัยใหม่ทางโลกว่า risk management (การบริหารความเสี่ยง) นั่นคือ ต้องมีสมาธิ และคำที่ 3 ที่พระองค์ใช้ก็คือ "ความมีเหตุผล" นั่นก็คือ ปัญญา รวมแล้ว ก็คือ ให้ดำเนินชีวิตด้วยทางสายกลาง ซึ่งเป็นทาง อันประเสริฐ และสามารถนำไปใช้ได้ในทุกอย่าง ในการดำเนินชีวิตในทางธุรกิจ ในทางการศึกษา หรือในทางอื่นใด ก็ได้ทั้งหมด ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียงนั้น ในหลวง ร.9 ทรงนำมาจาก ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระสูตรแรกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นเอง

เกี่ยวกับบุคคลตัวอย่าง

ดร. พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) เป็นพระภิกษุชาวเนปาล บวชเป็นสามเณรในประเทศเนปาล และมาศึกษาพระธรรม ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งเมื่ออายุครบบวช ได้อุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วทรงให้การอุปถัมภ์มาตั้งแต่เป็นสามเณร ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ ได้ยื่นขอแปลงสัญชาติเป็นไทย และได้รับอนุญาตให้แปลงสัญชาติได้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558